ถึงจะไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง แต่ชื่อของ "
เสี่ยอู๊ด-สิทธิกร บุญฉิม" ก็เป็นที่รู้จักของคนในวงการบันเทิง เพราะเจ้าตัวมักตกเป็นข่าวกับหนุ่มๆ ในวงการอยู่บ่อยครั้ง ที่โด่งดังเป็นข่าวใหญ่โตก็ต้องกรณีของ "
ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" กับ "
นิว-วงศกร ปรมัตถากร" ยังไม่นับรวม "
ออย-ธนา สุทธิกมล, ไผ่-พาทิศ พิสิฐกุล, บิ๊ก-ภุชิสสะ ธนพัฒน์, โบกี้-จักรินทร์ ศิลป์ชัยกิจ แทค ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม" ฯลฯ
หลายคนมองว่า "เสี่ยอู๊ด" เป็นจอมแฉ วันนี้เราจะลองไปสัมผัสกับตัวตน และ อีกแง่มุมของ "เสี่ยอู๊ด" ที่ยังไม่เคยมีใครได้รับรู้มาก่อน...
รู้สึกยังไงที่ตกเป็นข่าวตลอดเวลา?
เสี่ยอู๊ด :ไม่รู้สึกเพราะ ไม่ได้อ่านข่าว ไม่สนใจ ไม่ได้ใส่ใจ ไม่เคยแคร์ว่า ใครจะคิดยังไง ใครจะมองยังไง ไม่แคร์ข่าวร้าย ข่าวลบ ไม่สนใจ อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป อยากไปพบกับใครก็ไป ก่อนที่จะมาสัมภาษณ์ ผมก็ไปชอปปิ้งที่เอ็มโพเรี่ยมไปกับน้องคนดังด้วย คนจะพูดถึงผมยังไง ผมห้ามปากเขาไม่ได้ แต่ผมพูดถึงคนอื่นมีสองครั้งเอง ครั้งแรก ฟิล์ม ครั้งที่สอง นิว
ชอบมั้ยที่เป็นข่าว ?
เสี่ยอู๊ด : ก่อนที่ผมจะมาเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิง ผมเป็นคนดังในวงการพระเครื่องอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่มีปฏิกิริยาอะไรกับการเป็นที่สนใจของคน เป็นที่นินทาของคน เป็นที่สนใจของคน รู้สึกว่าไม่ค่อยชอบที่คนมาชม เพราะรู้สึกว่า คนที่มาชมคือคนที่ประจบ
ข่าวที่ออกมา มีผลกระทบกับการทำงานมั้ย ?
เสี่ยอู๊ด : กระทบมันมี 2 ประเภท คนอื่นอาจจะมองภาพลักษณ์ที่ไม่ดี แต่จริงๆ งานของผมมันได้ผลประโยชน์กับคนไม่กี่คน ฉะนั้นผมไม่ต้องไปแคร์ความรู้สึกคนจำนวนมาก แคร์ความรู้สึกคนไม่กี่คน ซึ่งเป็นผู้กำหนดให้ผมมีผลประโยชน์ ผมแคร์แค่นั้น ฉะนั้นข่าวของผมจะเสียหายยังไง เขาก็ไม่ได้มาให้ผมกิน คนที่ให้ผมกินนี่ซิผมแคร์ความรู้สึก เสียงตอบรับที่กลับมาหาผมแน่ๆ เลยก็มี 3 อย่าง 1 ชื่อเสียงเสีย 2 ได้รับความเป็นห่วงเป็นใยจากคนรอบข้าง 3 ได้รับงานใหญ่ๆ เข้ามาเพียบ สรุปคือเสียแค่ชื่อ แต่ดีคือได้ตังค์
จุดเริ่มต้นที่เป็นข่าวกับดารา เพราะมีการจ้างไปงาน ?
เสี่ยอู๊ด : ผมรับงานให้องค์กรการกุศล และวัดวาต่างๆ องค์กรหรือวัด เวลาจัดงานการกุศลหรืองานบันเทิงก็ต้องเอาคนบันเทิงไป เขาขอให้ผมเป็นสปอนเซอร์ พอศิลปินไปแล้ว โดยมารยาทเลย ศิลปินต้องมาคารวะเจ้างาน คารวะเจ้าของเงิน เขาก็ต้องมาคารวะผม แต่ก่อนไม่รู้จักเสี่ยอู๊ด เขาคารวะคุณสิทธิกร พอตอนหลังเริ่มระแคะระคายว่า
ผมสนิทกับ ไผ่ พาทิศ ข่าวว่า ไผ่-พาทิศ ใช้รถสปอร์ตจากผมหลายคัน เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ ฟิล์ม อยากรู้จักผม ฟิล์ม รู้จักผมก่อนที่ผมจะรู้จักฟิล์ม
กับ "ฟิล์ม" ตอนนี้ยังมีการพูดคุยกันมั้ย ?
เสี่ยอู๊ด :ผมไม่คุย ผมไม่มีการโทรไปคุยกับเขา แล้วเขาก็ไม่เคยโทรมาคุยกับผม แต่ว่า
คนของผมเคยได้รับข่าวมาจากแม่ฟิล์มว่า ฟิล์มบ่นคิดถึงผม
เป็นเสี่ยใจปั้ม ซื้อแต่ของใหญ่ๆ ให้ดารา ?
เสี่ยอู๊ด : จะเอาเรื่องจริง หรือ ตอแหลล่ะ ถ้าเรื่องจริง เราให้เพราะว่า เขาต้องการ เขาอยากได้ หรือ ไม่มี ให้เพราะโอกาสสำคัญๆ และ มันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเขา เช่น บ้านหลังที่ถูกยึดไป ผมไปประมูลมาแล้วไม่ให้ฟิล์ม แล้วผมจะให้ ไผ่ - พาทิศ ได้ไง บ้านฟิล์มไปให้ นิว ก็ยุ่ง บ้านฟิล์ม ผมประมูลมาแล้ว ผมต้องให้ฟิล์มในบ้านสนิทกับฟิล์มที่สุด จะไปให้พี่ชายฟิล์มก็ไม่ได้ รักก็ไม่ได้รัก ไม่ได้พิศวาส ให้ไม่ลง ก็ต้องให้ฟิล์ม
ขนาด ไผ่-พาทิศ ใช้รถสปอร์ตแล้วเอามาคืนผม บิ๊ก-ภุชิสสะ ก็ไม่กล้าขับ เพราะทุกคนมองว่า เป็นรถ ไผ่ ไม่มีใครกล้าขับซักคน สุดท้ายไม่มีใครใช้ ก็ต้องขาย
เงินที่ให้ดาราเป็นเงินจำนวนมาก ให้แต่ละที คิดนานหรือเปล่า ?
เสี่ยอู๊ด :จำนวนเงินไม่ใช่เงื่อนไขในการคิด อีกวันสองวันก็จะซื้อรถสปอร์ตให้น้องคนดังอีก มีคนบอกว่า เป็นข่าวดังๆ แบบนี้ ออกมาแฉกัน คำว่า แฉ หมายความว่า อยู่ดีๆ เอาข่าวมาพูดประจาน ส่วนใหญ่ที่ผมออกมาพูด ผมพูดทีหลังทั้งนั้น พอหลังจากเกิดข่าวผมมีความรู้สึกว่า เฮ้ย ข่าวมันไม่ตรงความจริง ต้องออกมาชี้แจง ผมเป็นที่รู้จักของวงการพระเครื่อง ข่าวมันออกไปกลายเป็นว่า ผมพูดตอแหล พูดไม่จริง ขาดความน่าเชื่อถือ ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้ ผมต้องออกมาพูดในมุมของผม การที่ผมออกมาพูดในมุมของผม แล้วผมเป็นคนตรง เราพูดตรงคนก็หาว่า ดัดจริต ผมพูดตามความรู้สึกของผมดีกว่า ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของเค้า
ผมพูดแล้วเป็นอันว่าจบกัน ปัญหาจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างหัว เรื่องฟิล์ม ถ้าผมออกไปพูดแล้วไม่มีหลักฐานก็หาว่าโกหกเลยต้องขนหลักฐานไป ทุกข่าวที่ได้ยินจากปากผม ทุกคนยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ว่าทุกคนรับไม่ได้ ผมถึงบอกว่าถ้าไม่มีความจำเป็นไม่อยากพูดถึงใคร
ล่าสุดที่ "นิว" ออกมาโต้ มีอะไรอยากจะพูดอีกหรือเปล่า ?
เสี่ยอู๊ด :พี่ยังไม่ได้แถลงข่าวด่ามัน แล้วมันมาด่าพี่ทำไม เงินก็ได้มันบอกว่าพี่เป็นเจ้าหนี้ เขาบอกว่าเป็นลูกหนี้ เงินที่เขาได้ก็ถือว่าเป็นการหยิบยืม
ขอความกรุณาคืนมาให้หมด ถ้า นิว ไม่โกง นิว ต้องใช้ให้หมด แล้วใช้หมดมั้ย ใช้ไม่หมด
ตั้งแต่เท้าถึงหัวมันใช้อะไรไปบ้าง ทำไมถึงไม่รู้ ก็เพราะมันเอาบัตรเครดิตผมรูดอยู่ มันก็คิดว่าสิ่งที่รูดเป็นเงินของมัน เพราะมันไม่ได้หยิบเงินจากกระเป๋าผมเป็นเงินสดๆ แล้วไปใช้จ่าย นี่มันเห็นแต่บัตร แล้วรูดผ่านบัตร ผมไม่มีความจำเป็นจะไปทวง ไปทวงทำไม คุณก็พูดมาซิว่า เงินที่ใช้ในบัตรเครดิตของพี่อู๊ดที่ผมรูดไป ผมไม่ได้คืนครับ นี่คุณพูดว่า
ใช้หมดแล้ว พูดว่าใช้หมดแล้ว ค่าบัตรเครดิตใช้ไปเท่าไหร่ พูดไปก็ซ้ำซาก
ผมเบื่อ จะด่าว่า ผมชั่วยังไง แฉยังไง ผมยอมรับหมดเลย แต่ผมขอถามกลับไปสู่สังคมคำเดียว เราอยู่ร่วมกันบนโลกนี้ คนต้องการเรื่องเท็จที่ตอแหลใช่มั้ย ทำไมดาราอยู่บนพื้นฐานความจริงไม่ได้ ผมยังยืนพื้นอยู่ความจริงได้เลย
ตอนที่เขาพูดกับสื่อว่า ผมเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ พวกคุณก็เห็นเขาพูด
แต่ตอนที่เขามาพูดอ้อนผม อยากได้นั่น อยากได้นี่พวกคุณเคยเห็นมั้ยล่ะ คุณเคยเห็นศิลปินดารามาอ้อนผมมั๊ย บางทีผมก็ว่า ไม่น่าจะทำไปได้ ผมก็ตกใจ ทำไมมันเก่งอย่างนี้
คิดจะเลิกยุ่งกับดารามั้ย ?
เสี่ยอู๊ด : ผมเลิกคิดไม่ได้ เพราะมันเข้ามาในชีวิตผมเอง เราคบเขาอยู่เราไม่รู้จะพูดถึงเขาทำไม พูดไปก็กระเทือน ถึงจะไม่คบกันแล้ว เราก็ไม่อยากพูดเรื่องเขา เราจะออกไปพูด ในกรณีที่เขาพูดถึงเราก่อน ผมคบน้องคนไหนจะอะไรกับเขา หรือ ไม่อะไรกับเขา ผมก็บอก ทุกคนก่อนที่จะเข้ามาในชีวิตพี่อู๊ด ทุกคนรู้ว่ามาอยู่ในชีวิตพี่อู๊ด จะต้องเป็นยังไง ทำยังไง ได้อะไร แล้วเสียอะไร ทุกคนรู้หมดบางคนมานอนอยู่ มีห้องนอนให้นอน บางคนก็นอนห้องผม ส่วนใหญ่มาตั้งแต่ยังไม่ดัง
คนที่เข้ามาในชึวิต เหมือนหวังแต่ผลประโยชน์ ?
เสี่ยอู๊ด :ศิลปินส่วนใหญ่อายุน้อย วุฒิภาวะยังน้อย ฉะนั้นจะไปบอกเรื่องจริงใจ หรือ ไม่จริง ยังวัดไม่ได้ แต่เอาเป็นว่า ส่วนใหญ่ที่เข้ามาในชีวิตผมเป็นคนดี ผมอยู่ของผมแบบนี้ ทุกคนเข้ามาเป็นลูกรัก แต่ผมทำให้ใครดังไม่ได้ ทำให้ออกเทปไม่ได้ เล่นละครไม่ได้ ผมไม่มีพาวเวอร์ แต่คนนี้บ้านจะถูกยึด คนนี้พ่อล้มละลาย คนนี้พ่อจะตายยายจะเกิด ไม่รู้อะไรเยอะแยะไปหมด ผมก็ช่วย
ชีวิตของ "เสี่ยอู๊ด" หาความสุขด้วยอะไร ?
เสี่ยอู๊ด : ถ้าเรามีคนดีที่จริงใจอยู่คนเดียว ก็เหมือนเราใส่เสื้อตัวเดียวทุกวันๆๆๆ เนื้อดีๆ ใส่ทุกวันๆ แล้วเราจะมีความรู้สึกยังไง ผมอาจจะโชคไม่ดี เพราะว่า คนดีที่เข้ามาในชีวิตไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง ทุกคนบอกว่าโชคไม่ดี เข้ามาออกไป แต่จริงๆ ผมมองว่าโชคดี ผมได้เปลี่ยนเสื้อทุกวันนี้ผมได้เปลี่ยนอาหารทานทุกมื้อ แล้วจะบอกว่า ผมโชคไม่ดีได้ยังไง วันนี้ผมประทับใจคนนี้ วันต่อไปผมก็ประทับใจอีกคนมันลุ้นตื่นเต้นดี
ยังมีดาราคนไหนที่แอบปลื้มอีก ?
เสี่ยอู๊ด :ไม่ดูละครครับ จุ๋ย ผมยังไม่รู้จักเลย ผมไม่สนใจหรอกว่า ใครจะเป็นดาราไม่เป็นดาราผมรู้แค่ว่าคนนี้บุคลิกดี จิตใจดี เทคแคร์เราได้โอเคแล้ว บางคนมาไม่ได้เป็นดาราก็ยังคบอยู่เลย คนเป็นดาราสู้คนที่ไม่เป็นดาราไม่ได้ ผมก็รักคนที่ไม่เป็นดารามากกว่า คนก็จะมาจับจ้องแต่คนที่เป็นดารา เพราะมันดัง
มีหลายคน จัดลำดับความสำคัญยังไง ?
เสี่ยอู๊ด : เขี่ยกันเอง ขัดแข้งขัดขากันเอง สกัดดาวรุ่งกันเองยังมีเลย ค่ายซอยลาดพร้าว 15 สกัดกันเองทั้งนั้นแหละ (ยิ้ม) ผมถือว่าทุกอย่างเป็นปกตินะสำหรับผม แต่น้องๆ ถ้าเขาถือว่าเป็นข่าวกับผมแล้วไม่ดี จะหลบลี้หนีหายก็ช่างแต่พอระยะนึงข่าวเงียบไป เดือดร้อนก็ซมซานกลับมาให้ผมช่วยตั้งหลายคน
โธ่! ไม่อยากจะพูดขัดแข้งขัดขากันเองจะซื้อให้คนนี้ ไอ้คนนั้นเอามาพูด พี่อย่าไปให้มันเลยมันเอาพี่ไปว่าในกองละคร อย่าช่วยมันเลย เออ
เชื่อคนนี้ก็ได้ ไม่ซื้อให้มันก็โกรธกันมีจะชกกันด้วย
คนที่ตัดแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่น่ารัก มีมั้ย ?
เสี่ยอู๊ด :ที่เลิกคบกันก็มี 3 ประเภท คือ ไปแล้วไม่กลับหรือไล่ไปเอง หรือเกิดเรื่องบาดหมางเข้าหน้ากันไม่ติด
แล้วไปขอเบอร์ "บี้ เดอะสตาร์" จริงหรือเปล่า ?
เสี่ยอู๊ด : จะให้ผมพูดแบบไหนล่ะ ผมจะไปขอทำไมเบอร์บี้ ชีวิตผมไม่เคยต้องไปนั่งง้อใคร มีแต่คนเสนอมาทั้งนั้น ก็พูดกันไป ผมไม่พูดแล้ว พอพูดความจริงก็หาว่า ผมแฉ จะให้ผมพูดยังไงดี ผมเมมเบอร์โทรศัพท์ไม่เป็น แล้วเบอร์มาอยู่ในเครื่องผมได้ไง วันๆ มีแต่คนหวังดีกับผม เพราะผมมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแวดวงนี้ แวดวงของผมเกี่ยวข้องกับคนในวงการที่รับจ๊อบเยอะแยะ แล้วก็เข้ามาได้ผลประโยชน์จากผมเยอะแยะ เขาพยายามนำเสนอ พรีเซ็นต์กันสุดๆ เอานั้นเอานี่มาประเคน ผมก็อยู่ของผมเฉยๆ
สุดท้ายอยากจะบอกอะไร ให้คนในสังคมรับรู้ ?
เสี่ยอู๊ด :ไม่รู้จะไปฝากอะไร เพราะเป็นคนไม่แคร์ใคร มีความภูมิใจที่มีคนนินทา กล่าวร้าย ด่าว่า บางคนเข้ามาในชีวิตผม มาหวังผลประโยชน์ แต่พอได้สมปรารถณา หรือขัดข้องหมองใจก็ออกมานั่งด่าๆๆๆๆๆ ผมไม่โกรธเขา เพราะผมคบคน ผมนึกถึงวันแรกที่รู้จักกัน วันแรกเขามายังไง วันสุดท้ายที่เขาไป ไปสภาพไหน แต่ขอโทษผมยังรู้สึกเหมือนเดิม อย่าไปตั้งหวังว่าดาราจะต้องมีข่าวเลิศหรูเหมือนหน้า ถึงเขาจะมีข่าวไม่ดี ก็อย่าไปสนใจเลย ส่วนตัวผม ผมไม่สนใจหรอกว่า ใครจะคิดยังไงคนที่นินทากล่าวว่าผม ไม่ได้มาให้ความสุขผมได้ ใครให้ความสุขผมได้ ใครที่เป็นคนดีในความรู้สึกของผม คนนั้นคือคนที่ผมแคร์และให้ความสำคัญ
เป
ิดใจกันขนาดนี้ คงได้รู้จัก "เสี่ยอู๊ด" กันไปเต็มๆ และก็ต้องขอบคุณ "เสี่ยอู๊ด" อีกครั้ง ที่ให้ข้อเท็จจริงในอีกด้านของวงการบันเทิงไทย...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
-
ออย โต้ เป็นพ่อเลาจ์ ส่งเด็กเซ่น เสี่ยอู๊ด
-
นิว สารภาพขายรถ เอาเงินคืน เสี่ยอู๊ด
-
ออย เต้นข่าว พ่อเล้า โต้เปล่าจัดหาเด็กส่ง เสี่ยอู๊ด
-
"บิ๊ก" ยันไม่ได้ช้อปปิ้งกับ "เสี่ยอู๊ด"
-
เสี่ยอู๊ด เปิดใจ ถึงดารา(คู่ขา?) หลายๆ คนในสังกัด
-
อาร์ต ขำข่าว เสี่ยอู๊ด ซื้อบ้าน 10 ล้านทำรังรัก
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก